THE MINISTER.

สมัครด่วน! รับมินิ 60 คันเท่านั้น

MINI JOHN COOPER WORKS TRACK DAYS & NIGHTS

ประสบการณ์ขีดสุด ของความมัน ทั้งกลางวัน และ กลางคืน

MINI JOHN COOPER WORKS TRACK DAYS & NIGHTS ประสบการณ์ขีดสุด ของความมัน ทั้งกลางวัน และ กลางคืน MINI JOHN COOPER WORKS TRACK DAYS & NIGHTS ประสบการณ์ขีดสุด ของความมัน ทั้งกลางวัน และ กลางคืน

 

 

 

 

 

MINI WANDERLUSTER.

บทสรุป ขับมินิเที่ยวทั่วไทย 4,843.60 กิโลเมตร มิตรภาพ ความสุข ความหลงใหล

 

 

ปีแห่งการเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ ของการครบรอบ 60 ปี “มินิ” รถยนต์ที่มีผู้หลงใหลทั่วโลก และมีตำนานแห่งความสำเร็จมาอย่างยาวนาน รวมถึงแฟนๆ มินิ ในประเทศไทย ที่มีพลังความรักในมินิอย่างเหนียวแน่น เกิดโปรเจคบ้าระห่ำ ‘MINI WANDERLUSTER’ รวมตัวกันขับมินิ เที่ยวทั่วไทย จากความตั้งใจ 14 วัน 3,160 กิโลเมตร แต่สุดท้ายจบลงที่ตัวเลขเกือบ 5 พันกิโลเมตร พร้อมเสียงหัวเราะ มิตรภาพ ความสุข และ ความหลงใหลอย่างเต็มเปี่ยม

 

โปรเจค MINI WANDERLUSTER นี้ ริเริ่มโดย มินิ ประเทศไทย ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พาแฟนๆ มินิ ขับรถเที่ยวทั่วประเทศไทย เปิดมุมมองใหม่ๆ ที่ได้แวะเที่ยวหลากหลายสถานที่ในเมืองไทย #เที่ยวไทยเท่ ที่หลายคนอาจจะไม่รู้จักมาก่อน โดยเฉพาะสถานที่เที่ยวเกิดใหม่ และจังหวัดเมืองรอง ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น รวมถึงได้เชิญชวนแฟนๆ มินิ ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม อย่างครบรส สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านทุกสภาพอากาศในประเทศไทย

 

ตลอดช่วงเวลา 14 วัน ที่มีการขับรถต่อเนื่องเกือบ 5 พันกิโลเมตร มีเจ้าของรถมินิที่ร่วมขบวนทั้งรถมินิคลาสสิคหลากหลายรุ่น หลากหลายสี ที่สะกดทุกสายตาบนท้องถนน ร่วมกับรถ MINI โฉมใหม่ ครบทุกโมเดล ไม่ว่าจะเป็น Hatch, Convertible, Countryman, Clubman และ John Cooper Works ร่วมขบวนกันเป็นครอบครัวใหญ่ ที่มอบมิตรภาพให้แก่กัน และให้กับทุกสถานที่ที่เหล่า Wanderluster ได้แวะเยี่ยมชมตลอดเส้นทาง

 

 

MINI JOHN COOPER WORKS GP

SOMETHING FAST IS COMING #FORTHEFEW

 

 

 

Goodwood Festival of Speed.

เทศกาลแห่งความเร็ว

หากพูดถึงงานชุมนุมรถระดับโลกกับบรรดานักเลงรถที่อยู่ในซีกยุโรป น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก “Goodwood Festival of Speed” ซึ่งนับเป็น Top Destination ของบรรดาคนรักรถทั่วโลก แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เข้าชม เพราะมีการจำกัดยอดขายตั๋วไว้ 150,000 ใบสำหรับงานในแต่ละปี สำหรับคนที่มีฐานะและโชคดีพอจะได้ถือครองตั๋วใบนั้น

 

แต่ Goodwood ไม่ใช่สนามแข่งขนาดใหญ่ เพราะอันที่จริง มันคือคฤหาสน์หรูของขุนนางระดับสูงซึ่งเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ ค.ศ. 1600 จากนั้น สินทรัพย์ต่างๆบนเนื้อที่ 12,000 เอเคอร์นี้ก็ถูกส่งทอดให้กับขุนนางตำแหน่ง Duke of Richmond เรื่อยมา จนกระทั่งในช่วงหลังสงครามโลก Frederick Gordon-Lennox (Duke of Richmond ที่ 9) ผู้หลงใหลในกีฬามอเตอร์สปอร์ต ได้มองไปรอบพื้นที่บางส่วนซึ่งปรักหักพัง แต่มีส่วนที่เป็นลานบินและรันเวย์สำหรับเครื่องบินขนาดเล็ก เขาจึงริเริ่มปรับปรุงซ่อมแซมและเปลี่ยนมันเป็นสนามแข่ง และได้รับความนิยม จนในภายหลัง เมื่อเริ่มเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น จึงมีคำสั่งยกเลิกการแข่งในปี 1966 โดยอนุญาตให้มีเพียงการแข่งขันแบบสมัครเล่นระดับสโมสร หรือการลองรถแบบส่วนตัวเท่านั้น

 

Goodwood Festival of Speed

 

ในปี 1993 Lord March หรือ Charles Gordon-Lennox (ซึ่งในภายหลังได้รับพระราชทานยศเป็น Duke of Richmond ที่ 11) เป็นเจ้าของพื้นที่แห่งนี้ และยังเป็นประธานของ British Automobile Racing Club ซึ่งมีความสัมพันธ์กับ Goodwood มายาวนาน ด้วยวัยหนุ่มไฟแรงที่อายุไม่ถึง 40 ปี เขาปปรารถนาที่จะเปลี่ยนพื้นที่บริเวณนี้ให้สามารถจัดงานมอเตอร์สปอร์ตระดับประเทศ แต่ด้วยข้อติดขัดทางกฎหมาย จึงทำให้ต้องจัดภายในรั้วของ Goodwood Estate ซึ่งนับเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ในการจัดงานครั้งแรก วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 1993 มีผู้สนใจเข้าชมมากถึง 25,000 คน และนับจากวันนั้น Goodwood ก็กลายเป็นหนึ่งใน Motorsport event ที่สำคัญที่สุดของยุโรป

 

ผู้ที่เข้าชมงาน Goodwood จะได้ซึมซับบรรยากาศแห่งมอเตอร์สปอร์ตยุคหลังสงครามโลกอย่างเต็มที่ เพียงแค่รถที่มาร่วมงานจะมีทั้งรถคลาสสิคราคาแพงระยับ ไปจนถึงซูเปอร์คาร์สมัยใหม่หรือแม้กระทั่งรถแข่ง Formula 1 ส่วนที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุดของงานนี้คือการแข่งรถแบบ Hill climb โดยวิ่งขึ้นไปบนยอดเขาสูงสุดของ Goodwood estate ผ่านทางโค้งที่แคบ และสภาพพื้นถนนที่ไม่ได้สมบูรณ์เหมือนสนามแข่งระดับนานาชาติ สถิติเวลาที่เร็วที่สุด ทำไว้โดย Nick Heidfeld ในรถแข่ง McLaren MP4/13 ด้วยตัวเลข 41.6 วินาทีในปี 1999  นอกจากการแข่งขัน Hill climb แล้ว ก็ยังมีมอเตอร์สปอร์ตแบบอื่น ไม่ว่าจะเป็นการแข่งแรลลี่ผ่านพื้นที่ส่วนที่เป็นป่าแบบแข่งจับเวลา มีการแข่ง “Soapbox challenge” ซึ่งใช้รถไร้เครื่องยนต์วิ่งแข่งกันไหลลงเนินด้วยความเร็วสูง อาศัยความกล้าและประสาทสัมผัสชั้นเลิศเพื่อไม่ให้ตกข้างทางในโค้ง และมีการจัดแสดงรถใหม่ รวมถึงนิทรรศการต่างๆ ทีเด็ดก็คือ บริษัทผลิตซูเปอร์คาร์ชั้นนำของโลก มักนำเอารถรุ่นพิเศษชนิดคันละหลายร้อยล้านบาท หรือรถแข่งสายพันธุ์มอเตอร์สปอร์ตรุ่นใหม่มาอวดโฉมในงานนี้เป็นแห่งแรกของโลก

 

เสน่ห์อีกประการหนึ่งของงาน Goodwood ก็คือ ไม่มีการล้อมรั้วรอบทางวิ่ง มีแต่กองฟางวางไว้กันแรงกระแทก ทุกคนสามารถเดินเข้าออกจากบริเวณพิทรถแข่งได้ตามใจชอบ ทำให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงรถแข่งได้เฉกเช่นเดียวกับการแข่งขันในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นับเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ใครหลายคนยอมเดินทางข้ามซีกโลก เพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์อันแสนพิเศษนี้

 

สำหรับงาน Goodwood Festival of Speed ปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-8 กรกฎาคม 2019 โดย MINI ได้ถือโอกาสนี้ ในการเผยโฉมเป็นครั้งแรกของ The new MINI John Cooper Works Clubman และ  MINI John Cooper Works Countryman  ที่ได้รับการปรับปรุงเครื่องยนต์มาใหม่  ให้มีกำลังแรงถึง 300 แรงม้า และได้รับการปรับปรุงชุดแอโร่ไดนามิก  ให้มีความโฉบเฉี่ยวมากขึ้น รวมถึงจะมีการเผยโฉมรถโปรโตไทป์ของ  MINI John Cooper Works GP ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการทดสอบ  ก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2020 ด้วย  สร้างความพิเศษให้กับแฟนๆ มินิ  และผู้ที่รักความเร็ว ที่มาร่วมงาน Goodwood Festival of Speed ในปีนี้